Archive for September, 2011

เมื่อร่างกายของคุณเริ่มแก่ สภาพผิวก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย เชื่อไหมว่าการแก่ของผิวจะเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีเลยทีเดียว กระบวนการแก่เริ่มตั้งแต่การที่ผิวสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทนเซลล์เก่าได้น้อย แถมยังซ่อมแซมตัวเองเมื่อเกิดแผลได้ช้าลงอีกด้วย เมื่อคุณอายุ 45 ปีผิวก็จะเริ่มบางขึ้นอีกจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งนั่นก็ทำให้ผิวของคุณอ่อนแอ เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย รวมถึงง่ายต่อการระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับสารต่างๆ อีกด้วย ต่อมาเมื่อคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวของคุณถูกทำลาย ผิวก็จะขาดความแข็งแรงและยืดหยุ่น ซ้ำรายเมื่อปริมาณโปรติโอไกลแคน (Proteoglycans) และไกลโคอะมิโนไกลแคน (Glycosaminoglycans หรือ GAGs) ซึ่งเป็นตัวช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวลดลง ผิวของเราก็จะแห้งและหยาบมากขึ้น นอกจากนี้เมื่อผิวสูญเสียชั้นไขมัน ความอิ่มเอิบเนียนเรียบก็ลดลง สุดท้ายเมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงผิวหนังลดปริมาณลง ผิวก็จะสูญเสียความอ่อนเยาว์และเปล่งประกายโดยสิ้นเชิง

ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงสู่ความแก่ของผิว ที่คุณจะสังเกตได้ 4 อย่าง

ความเปลี่ยนแปลงแรก : เริ่มที่การสร้างเซลล์ผิวใหม่ลดลง ทำให้ชั้นผิวบางลงและอ่อนแอขึ้น เดิมทีเมื่ออายุ 20 ปี ผิวจะมีการผลัดเซลล์ทุก 3 สัปดาห์ แต่เมื่ออายุถึง 50 ปีผิวจะใช้เวลาถึง9 สัปดาห์ในการผลัดเซลล์

การเปลี่ยนแปลงที่สอง : โปรตีนที่ถูกทำลายจะสะสมอยู่ในผิว นำไปสู่การเกิดแผลเป็น การถูกทำลายโดยแสงอาทิตย์และอนุมูลอิสระได้ง่ายขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่สาม : เมื่ออายุประมาณ 25 ปี การสร้างและขับไขมันในชั้นผิวเริ่มลดลง คุณอาจดีใจว่านั่นทำให้เรามีสิวลดลงนี่ แต่ทว่าผิวก็แห้งขึ้นด้วยเช่นกัน และหลังอายุ 45 ปี ภาวะดังกล่าวก็จะเป็นหนักมากขึ้นอีก

การเปลี่ยนแปลงที่สี่ : ในผิวที่อ่อนเยาว์ การสร้างและทำลายคอลลาเจน อิลาสติน และไกลโคอะมิโนไกลแคนจะเป็นไปอย่างสมดุล แต่เมื่ออายุ 25 ปี การสร้างจะลดลงและเริ่มมีการทำลายมากขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเกิดริ้วรอยและการเสียความยืดหยุ่นของผิว และจะยิ่งแย่มากขึ้นตามปีที่ผ่านไป

ระหว่างที่เกิดกระบวนการแก่ตามที่ว่ามา แรงโน้มถ่วงของโลกก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงผิวลงสู่เบื้องล่าง ทำให้หน้าคุณหย่อนหนักลงมาอีกนั่นเอง การเริ่มมีริ้วรอยรอบดวงตาก็เป็นเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่าผิวกำลังถูกทำลาย


เมื่อการซ่อมแซมผิวเริ่มเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ผิวก็เริ่มเกิดผดผื่นได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ตัวเร่งอื่นๆที่ทำให้ผิวแก่ ได้แก่ อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป แสงยูวี ความเครียด และการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม การที่ผิวถูกทำลายโดยแสงแดดสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายโดยการเปรียบเทียบ ระหว่างผิวที่โดนแสงแดดกับผิวที่ไม่ถูกแสงแดด บริเวณที่โดนแสงจะมีสีเข้มและไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่ผิวที่ถูกปกป้องจะขาวและเนียนกว่า

หัวนมบอด

ยังคงมีความเข้าใจกันอยู่ว่า น้ำนมแม่ นั้น ขึ้นอยู่กับขนาด และรูปทรงของหน้าอกของแม่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว หน้าอกจะเล็ก หรือใหญ่ หัวนมจะแหลม หรือ “ บอด “ ก็สามารถผลิตน้ำนมได้เหมือนกันทั้งนั้น

เพียงแต่ว่าปัญหาการมีหัวนมบอดอาจจะเป็นอุปสรรคในการให้นมกับลูกมากสักหน่อย คุณแม่ท่านใดกำลังกังวลกับปัญหานี้ อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะสุดท้ายนางพยาบาลจะช่วยคุณดูแลเรื่องนี้ให้เอง แต่มีข้อแม้ว่าหัวนมของคุณจะต้องบอดไม่มากถึงขั้นบอดสนิทนะ ถ้าถึงขั้นนั้นอาจต้องทำใจเรื่องการให้นมแล้วล่ะ

อย่าฟังคนอื่นมากเกินไป !
ความเครียด ความกังวล เรื่องหัวนมบอด อาจส่งผลให้คุณแม่ฟังคนอื่นมากเกินไปจนเริ่มฟุ้ง เพราะคำแนะนำส่วนใหญ่ที่ให้มานั้น ยังไม่ควรทำในช่วงตั้งครรภ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ฝาครอบเก็บน้ำนม ที่อาจทำให้เหงื่อออกสะสมจนเกิดผื่นคันได้ หรือกระทั่ง การบีบน้ำนมด้วยมือ หรือ การปั้มน้ำนมด้วยเครื่องบีบ ก็ห้ามเด็ดขาด เพราะส่งผลต่อการหดตัวของมดลูกทำให้เกิดการแท้ง ดีไม่ดีเกิดการติดเชื้อที่หน้าอกได้อีกด้วย ทางที่ดีควรปล่อยไว้เฉยๆ อย่าเพิ่งไปยุ่งกับมันเลยจะดีกว่า

วิธีการดูแลรักษาหน้าอกระหว่างตั้งครรภ์
ควรล้างด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว ไม่ควรฟอกสบู่บริเวณหัวนม และลานนม เพราะสบู่จะทำให้หัวนมแห้ง ซึ่งทำให้การให้นมยากมากขึ้น ถ้าใครเผลอใช้สบู่ไปแล้วเกิดอาการแห้ง สามารถใช้ครีม หรือ โลชั่นทาบริเวณรอบๆหน้าอกได้ ยกเว้นหัวนม และลานนม แต่หากหัวนมแห้งมาก อยากดูแลเป็นพิเศษ สามารถใช้ครีมที่มีส่วนผสมของลาโนลินได้เหมือนกัน

เมื่อคุณแม่หัวนมบอด อยากให้นมลูก
ถ้าคุณคลอดแล้ว อยากให้นมลูกแต่หัวนมยังบอดอยู่ การปั้มน้ำนมด้วยเครื่องปั้มก่อนให้นมสักวันสองวัน อาจจะช่วยดึงหัวนมคุณให้ออกมาได้ แต่ในกรณีที่ยากจริงๆ คงต้องปั้มน้ำนมกันอย่างต่อเนื่องจะด้วยเครื่องหรือมือก็แล้วแต่ (ซึ่งตรงจุดนี้นางพยาบาลจะคอยแนะนำ ช่วยเหลือ) และถ้าลูกสามารถดื่มนมแม่ได้แล้ว จำไว้ว่าไม่ควรให้ดูดหัวนมอย่างเดียว แต่ควรให้ดูดตรงลานนมพร้อมกันด้วย ขั้นตอนก็เริ่มจาก จับท้องลูกกับท้องเราชนกัน จากนั้นอุ้มศีรษะเขาให้ตรงกับหน้าอกพอดี เพื่อให้เขาดูดนมจากบริเวณลานนมเราได้ ฟังดูเหมือนจะยาก และวุ่นวายพอสมควร แต่ ณ จุดนี้ไม่ต้องกังวล เพราะนางพยาบาลจะคอยสอนวิธีการให้นมลูกอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว

ผู้หญิงกรุ๊ป บี มีเสน่ห์ เฉพาะตัวตรงไหน

ผู้หญิงกรุ๊ป บี มีอะไรแตกต่างจากปกติ

นี่เป็นข้อสังเกต ส่วนหนึ่งที่ผมได้จากการนั่งดู “นางฟ้า” ที่รักของผมในแต่ละวันครับ ^^

ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” บางครั้งก็อยากร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้เป็นอะไรแค่อยากร้องไห้อ่ะ
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” Art ที่สุดอย่างหาที่เปรียมมิได้ จนบางทีเข้าตัวยังสงสัยว่า Art เกินไปมั้ย
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” เป็นคนที่ตัวหอมที่สุดเพราะฟีโรโมน ก็ดึงดูดยุง มากที่สุดด้วย
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ฝนจะตก แดดจะออก ชั้นต้องสวยและดูดีไว้ก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ขี้เหงาชอบให้คนมาคุยด้วย ทำเหมือนให้โอกาส แต่จริงๆแล้วไม่คิดอะไร
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” มีความเป็น “ผู้หญิง” สูงที่สุดในทุกกรุ๊ป อะไรที่สวยๆงามๆดูผู้หญิ๊ง ผุ้หญิงนั่นล่ะใช่เลย
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” บางครั้งชอบปรึกษาปัญหาแต่ไม่ได้อยากได้นะวิธีแก้ กุแค่ขอบ่นเฉยๆ
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” อยากสวย เลิศ เชิด ไม่ง้อใคร ผู่ชายต้องวิ่งตาม  แต่จริงๆแล้วต้องการการดูแลจากผู้ชายที่สุด
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” แคร์ความรู้สึกคนอื่นๆตลอดเวลา ยกเว้น “คนที่อยู่ข้างๆ” เน้นย้ำว่า “โดยเฉพาะแฟน”
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ไม่สนใจเหตุผลไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นอกจากอารมณ์และความอยากตอนนั้น
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ชอบทำตัวเข้มแข็งไม่เสียใจ แต่ข้างในกำลังร้องไห้เพ้อและอ่อนแอ และชอบระบายออกมาทาง FB
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” จะซีเรียสมากถ้าใครจะต้องเห็นเธอโทรมแม้ว่าจะไม่รู้จักกัน?
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ชอบทำเหมือนตามใจแต่จริงๆแล้ว “ห้ามขัดใจกุเลยนะ”
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ส่วนใหญ่มักอ่อนหวานน่ารัก แต่อย่าทำให้เธอโกรธ กลายเป็นยักษ์มารได้ทันที
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” มักจะสับสนกับชีวิตตัวเองว่าเอาไงดี ทำไงดี โอ้ยเครียดหาทางออกไม่เจอ ทั้งๆที่ทางออกอยู่ตรงหน้า
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” หากของลืมสำคัญประจำวันไม่ว่าจะเป็น แป้ง อายไลเนอร์ หรืออะไรก็ตามแต่ มีแค่ 2 ตัวเลือกคือ กลับไปเอา หรือ ซื้อใหม่ ยังไงวันนี้ชั้นต้องมี
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ขี้อ้อน รักแฟน แต่ขณะเดียวกันก็ชอบหวั่นไหวกับคนอื่นได้ง่ายๆ
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” มักจะสับสนว่าไม่รู้ว่าตัวเองรักใคร ในขณะที่มีแฟนอยู่แล้ว – -”
ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ไม่นะคะ หนูไม่ได้เจ้าชู้จริงๆ แค่ไม่อยากปฎิเสธใครและอัธยาศัยดีแค่นั้น

ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” คือกรุ๊ปที่ เจ้าอารมณ์ที่สุด Art ที่สุด สับสนในตัวเองที่สุด
และสุดท้าย…..เป็นผู้หญิงกรุ๊ปที่ผู้ชายทุกคนรักและหลงเสน่ห์มากที่สุดด้วย
ก็เพราะความเป็น ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ของเธอนั่นแหละ ^^”

ข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลนี้ ได้มาจากการศึกษา ตลอดเวลาที่คบกับนางฟ้ากรุ๊ป “บี” และจากการมีน้องสาวสุดที่รักเป็น ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” จากการมีเพื่อนๆที่รักยิ่งหลายคนเป็น ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” 
อ้าว!!! นี่สรุปชีวิตผมจะอยู่แต่กับ ผู้หญิงกรุ๊ป “บี” ใช่มั้ย 555+

อย่าคิดมากครับเพราะพวกคุณนั่นแหละทำให้โลกมันมีสีสันขนาดนี้

ผมรักพวกคุณจัง   ผู้หญิงกรุ๊ป “บี”

ปล.บางข้ออาจจะไม่ตรง หรืออาจจะไม่เข้ากับแต่ละคนเลยไม่ต้องสงสัยนะครับ ถ้าแค่กรุ๊ปเลือดสามารถระบุนิสัยได้แม่นขนาดนี้
ซิกมันด์ ฟรอย คงไม่บอกหรอกว่า สิ่งที่เข้าใจยากที่สุด คือ “ผู้หญิง”

วันนี้จะพาสาว ๆ มารู้จักวิตามินซีให้มากขึ้นกว่าเดิมและมากกว่าการรับประทานเข้าสู่ร่างกายค่ะ สาว ๆ หลายคนคงได้ทราบมาบ้างแล้วว่าวิตามินซีมีอยู่ใน ผัก ผลไม้ วิตามินซีมีประโยชน์กับระบบหลอดเลือด เส้นเอ็น และกระดูกวิตามินซี คุณค่าของวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมีฤทธิ์เป็นกรดชื่อ แอสคอบิค ซึ่งมีประโยชน์ที่มีกับผิวหนังคือ วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำได้ จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึง ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพ คอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้จะมีสุขภาพแข็งแรงอัดแน่น ทำให้ผิวดูสวยงาม และการที่วิตามินซีช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน จึงมีคุณสมบัติรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น และยังเป็นส่วนผสมลงไปในครีมกันแดดบางชนิดเพื่อรักษาผิวหนังจากการถูกแสงแดดเผาได้อีกด้วย ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ก้าวรุดหน้าไปมากได้มีผู้คิดค้นสารสกัดจากวิตามินซีในเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ต่างๆ ความอัศจรรย์ของวิตามินซียังเข้ามาช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวหน้าให้มีสุขภาพผิวดีอีกด้วย

คงไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่าผู้หญิงไทยให้ความสำคัญกับผิวขาวกระจ่างใสเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากผลสำรวจจากสถาบันรีเสริชชั้นนำปัญหาของผิวพรรณผู้หญิงอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นปัญหาที่ผิวหมองคล้ำที่จะมาพร้อมกับจุดด่างดำ ดังนั้นสาว ๆ หลาย ๆ คนจึงทำทุกวิถีทางในการหากลยุทธ์ต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวช่วยในการรักษาผิวสวย ๆ ไม่ให้หมองคล้ำ เพราะผิวพรรณเป็นเป็นด่านแรกสำหรับการชวนมอง

ประโยชน์ของวิตามิน C นอกจากจะช่วยสร้างคอลลาเจนแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการยืดหยุ่นผิว วิตามิน C จะเข้าไปบำรุงผิว การทาบำรุงถือว่าเป็นทางตรงเข้าสู่ผิวที่ดีที่สุดง่ายที่สุดค่ะ ทั้งนี้วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำได้ การนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้า โดยเฉพาะเอสเซ็นส์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีวิตามิน E ที่ช่วยสมานริ้วรอยต่างๆ ทำให้ผิวพรรณสดใส ยิ่งผิวที่สุขภาพดีด้วยคุณค่าจากวิตามิน C และวิตามิน E ที่ประสานพลังเข้าด้วยกัน ยิ่งเผยผิวให้ขาวกระจ่างใสและสุขภาพดีไปด้วยพร้อมๆ กันค่ะ

จะดีแค่ไหน ถ้าหากทั้ง 2 คุณค่านี้มาอยู่ด้วยกัน เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโดยทั่วไป มักมีเพียงแค่วิตามิน C หรือวิตามิน E ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่วันนี้ PURECARE นำคุณค่านั้นมามอบให้สาวแล้วค่ะ กับ SUPER VIT C+ CONCENTRATE ESSENCE ที่มาในรูปแบบของเอสเซ็นส์ ที่อุดมด้วยคุณค่าอันเข้มข้น ด้วยการรวมอานุภาพของวิตามิน C และวิตามิน E ไว้ด้วยกัน ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส อมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เกิดการระคายเคือง

นอกจากการบำรุงผิวด้วยอานุภาพของ 2 วิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวอย่างที่สุดแล้ว SUPER VIT C+ CONCENTRATE ESSENCE ยังมี Beta-Glucan ที่เป็นชีวโมเลกุล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และ Xylinum Black Tea ที่จะช่วยกันในการผสานพลังช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงยิ่งขึ้น คุณจึงมั่นใจได้ว่าผิวหน้าของคุณจะกระจ่างใส พร้อมทั้งได้รับการปกป้องให้มีภูมิคุ้มกันริ้วรอยอย่างสูงสุดในเวลาเดียวกัน อย่างที่ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดจะให้คุณได้

สาว ๆ หลาย ๆ คนทราบข้อมูลของวิตามิน C แล้ว ก็สามารถหาได้จากอาหารทั่วๆ ไป แต่ถ้าต้องการเสริมให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้น แนะนำว่าต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้รับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ คงไม่ยากใช่ไหมค่ะที่จะหาวิตามินซีในรูปแบบเซรั่ม ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้ผิวของคุณขาวกระจ่างใสอย่างที่คุณต้องการ

คงไม่มีใครชอบให้ฝนตกเวลาตนเองอยู่นอกบ้านแน่นอน เพราะมันทั้งชื้นและเฉอะแฉะ และเจ้าฝนนี่แหละที่ทำสาว ๆ หลายคนเกิดอาการหมดสวยกันโดยฉับพลันเมื่อฝนเทลงมอย่างไม่ทันตั้งตัว

การดูแลเส้นผม

จำไว้ว่าเราต้องสระผมทุกครั้งที่โดนฝน รวมถึงเป่าผมให้แห้งก่อนนอนหรือหลังสระผม อย่าขี้เกียจเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นปัญหาหนังศีรษะจะถามหา เช่น รังแคหรือเชื้อรา นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น มูส เจล เพราะมันจะทิ้งความมันไว้บนเส้นผม ใครที่ผมสั้นในช่วงหน้าฝนอาจดูแลรักษาได้ง่าย ส่วนใหญ่ที่ผมยาวแนะนำให้รวบผมหรือเหล้าผมไว้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะปกป้องผมของคุณ

อุปกรณ์ที่ควรมีติดตัวช่วงหน้าฝน

- ไดร์จิ๋ว ถ้ามีพกติดกระเป๋าไว้ก็จะดี เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ผมของเราโดนฝนโดยที่เราไม่สามารถกลับไปแต่งตัวใหม่ได้เมื่อไหร่ การพกไดร์ติดตัวไว้ทำให้คุณไม่ต้องกลัวเมื่อคุณโดนฝน นอกจากไดร์จะมีประโยชน์ในการเป่าผมให้แห้งกลับทรงเดิม มันยังมีประโยชน์ในการเป่าเสื้อผ้าให้แห้งยามฉุกเฉินด้วย

- หวี โดยเฉพาะหวีซี่ห่าง ผมที่เซ็ทมาดี ๆ โดนลมโดนละอองฝนเพียงครั้งเดียวเล็กน้อยอาจทำให้ผมเสียทรงจนคุณขาดความมั่นใจได้การมีหวีซี่ห่าง ๆ ทำให้คุณพร้อมรบในทุกสถานการณ์ในการทำผมให้กลับเป็นทรงได้โดยเร็ว

- ร่ม ปฏิเสธความสำคัญของมันไม่ได้เลยเพราะร่มกันฝนนั้น เป็นสิ่งที่ต้องใช่แน่ ๆ ในช่วงหน้าฝน อีกทั้งมันยังปกป้องผมของคุณไม่ให้ถูกฝนด้วย

การดูแลผิวพรรณ

- ผมสวยอย่างเดียวคงไม่พอ ผิวพรรณก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สาว ๆ จำเป็นต้องสนใจ และถึงแม้ว่าหน้าฝนการดูแลรักษาผิวจะง่ายกว่าอากาศแห้งในช่วงฤดูหนาว หรือแดดร้อน ๆ ในช่วงฤดูร้อน อากาศที่ขึ้นมากเกินไปก็เป็นปัญหาในการดูแลเช่นเดียวกัน

- ทากันแดด อย่าคิดว่าฤดูฝนแดดจะไม่แรง แดดในฤดูฝนร้ายกาจพอๆ กับช่วงฤดูร้อน ดังนั้นเราควรทาครีมกันได้ไว้ตลอดเวลา และเป็นไปได้ควรจะพกครีมกันแดดไว้ติดตัวเผื่อว่าเวลาที่เราโดนฝน เราก็สามารถทาใหม่ได้ตลอดเวลา

- หลีกเลี่ยงการเดินผ่านน้ำขัง อย่าเดินลุยน้ำเป็นอันขาดเพราะนอกจากโรคผิวหนังต่าง ๆ ที่มากับน้ำแล้ว ความชื้นก็เป็นอันตรายกับเท้าเช่นเดียวกัน คงไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากเท้าเหม็นเป็นแน่แท้

- พกผ้าขนหนูไว้อย่าให้ขาด อย่าปล่อยให้ผิวหนังที่โดนฝนแห้งเอง ควรมีผ้าขนหนูสำหรับคอยเช็ดตัวเวลาเปียกฝน เพราะนอกจากจะป้องกันผิวแล้วยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้หวัดได้ด้วย

- ใส่เสื้อผ้าบางและไม่รัดมิดชิดจนเกินไป เพื่อลดความชื้นสะสมทั้งการใช้ถุงเท้า หรือกางเกงในแบบบางเพื่อลดความชื้นของเท้าและจุดซ่อนเร้นอันนำไปสู่โรคผิวหนังต่างๆ ที่เกิดจากเชื้อรา รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช่กางเกงแบบรัดเป้าด้วย

การแต่งหน้าที่เหมาะกับฤดูฝน

เป็นโอกาสดีที่จะได้โชว์ผิวสวย ๆ ในลุคธรรมชาติ โดยใช้เครื่องสำอางชนิดกันน้ำ ส่วนครีมรองพื้นควรล็อกแบบมอยส์เจอไรเซอร์เพราะจะมีความเหนียวติดทน จากนั้นแต้มเป็นจุดหลัก ๆ บาง ๆ 4 จุด แล้วเกลี่ยให้ทั่ว ตบด้วยแป้งฝุ่นบางเบา จากนั้นทาอายแชโดว์ชนิดครีมลงบนเปลือกตา เช่น สีน้ำเงินเข้ม สีฟ้าน้ำทะเล หรือสีม่วงอ่อน และปัดมาสค่าราชนิดกันน้ำ ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูบาง ๆ พอดูมีเลือดฝาด และทาซิมเมอร์บริเวณโหนกแก้มสุดท้ายทาลิปกลอสใส เพียงเท่านี้ก็เริงร่าท้าฝนได้แล้ว

สำนวนในฉบับนี้ประกอบขึ้นมาจากคำ 3 คำง่ายๆ คือ could, do และ with ก่อนที่เราจะพูดถึงความหมายรวม อยากให้ลองศึกษาความหมายแยกของแต่ละคำกันก่อนครับ

เริ่มจาก could คำนี้เป็นกริยาช่วย ทำหน้าที่หลักๆ 2 อย่างคือ

1. บอกความสามารถในอดีต เช่น When I was a teen, I could run 10 kilometres. สมัยผมเป็นวัยรุ่น ผมวิ่งได้ 10 กิโลเมตร (แสดงว่าตอนนี้ไม่ใช่วัยรุ่นและวิ่งทางไกลแบบนั้นไม่ได้แล้ว)

2. ใช้ขอร้องอย่างสุภาพ ซึ่งในความหมายนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับอดีตกาล เช่น Excuse me, could I light up here? ขอโทษนะครับ ผมขอสูบบุหรี่ที่นี่ได้ไหม

ส่วนคำต่อมาคือกริยา do ซึ่งความหมายที่คุ้นเคยที่สุดก็คือ “ทำ” เช่น do business (ทำธุรกิจ) do wrong (ทำความผิด) แต่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องแปลคำว่า “ทำ” เช่น do training (ฝึกอบรม) do painting (ทาสี)

คำสุดท้ายคือบุพบท with หลักๆ แล้วแปลว่า “ด้วย” หรือ “กับ”

ที่นี้เมื่อนำทั้ง 3 คำมารวมกัน จะไม่ได้แปลว่า “สามารถทำด้วย” แต่จะแปลว่าอะไรนั้น อยากให้คุณลองเดาจากประโยค 2 ประโยคด้านล่างนี้กันดูก่อนครับ

1. It’s really hot. I could do with a nice cool drink.
อากาศร้อนจริงๆ ผม could do with อะไรเย็นๆ อร่อยๆ สักแก้ว

2. The exam is round the corner. We could do with a good tutor to help us.
ใกล้สอบแล้ว เรา could do with ติวเตอร์เก่งๆ มาช่วยสอนเรา

พอจะเดากันออกไหมครับ คำตอบก็คือ could do with แปลว่า “ต้องการ” นั่นเอง มีประเด็นที่อยากให้สังเกต 2 ข้อครับ คือ

1. สำนวนนี้จะใช้กับกริยาช่วย could เท่านั้น โดยจะใช้คำอื่นๆ ที่มีความหมายว่า “สามารถ” เหมือนกันเช่น can หรือ be able to มาแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นประโยค 2 ประโยคด้านล่างนี้จึงผิดครับ

I can do with a cup of tea. ที่ถูกคือ I could do with a cup of tea. ผมอยากได้ชาสักถ้วย
I am able to do with a comic book. ที่ถูกคือ I could do with a comic book. หนูอยากได้การ์ตูนสักเล่ม

2. สำนวนนี้ใช้พูดถึงตอนนี้ (ปัจจุบันกาล) เท่านั้น ถ้าจะพูดถึงอดีต คุณต้องใช้รูปอดีตของกริยา want ซึ่งแปลว่า ต้องการ” เช่นกัน ก็จะเป็น wanted ครับ เช่น

Yesterday was really hot. I wanted a nice cool drink.
เมื่อวานอากาศร้อนจริงๆ ผมอยากดื่มอะไรเย็นๆ อร่อยๆ สักแก้ว

At the end of term when the exam was round the corner, we wanted a good tutor to help us.
ตอนปลายเทอมช่วงใกล้สอบ เราอยากได้ติวเตอร์เก่งๆ มาช่วยสอนเรา

คลิกชมภาพต่อไป

   ประชาชนแห่ซื้อ สมาร์ทโฟน ราคาเพียง 50% จำนวน 1,100 เครื่องแรก ในงาน”ดีแทค 3จี เอ็กซ์โป” จนล้นห้างพารากอน เผยบางคนมานอนรอตั้งแต่วันพฤหัสบดี 

    (3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้างสยามพารากอน เมื่อเช้าวันนี้ ได้มีประชาชนหลายพันคน หลั่งไหลไปร่วมงาน “ดีแทค 3จี เอกซ์โป” อย่างเนืองแน่น โดยให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีเบอร์ดีแทคแบบจดทะเบียน หรือลูกค้าที่มาซื้อเบอร์จดทะเบียน จะได้สิทธิ์ซื้อสมาร์ทโฟน อาทิ ไอโฟน ซัมซุง เอชทีซี บีบี ได้ในราคาเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ รวม 100 เครื่อง และ 1,000 คนถัดไปจะได้ซื้อในราคาลด 10 เปอร์เซ็นต์ 

   แต่เนื่องจากมีประชาชนหลั่งไหลมาซื้อจำนวนมาก ทำให้สิทธิแลกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน 100 เครื่องได้หมดลงในเวลารวดเร็ว จึงทำให้ผู้จัดงานต้องเพิ่มสิทธิพิเศษในการซื้อสมาร์ทโฟนในราคาครึ่งเดียวเพิ่มอีก1,000 เครื่อง และในเวลาไม่ถึง 30 นาที ก็หมดลงอีกเช่นกัน ทั้งนี้มีรายงานว่า คนแรกที่มาต่อคิวเป็นเบอร์ที่ 1 มารอตั้งแต่วันพฤหัสบดี (1 ก.ย.) ตอนสี่โมงเย็น และบางคนมานอนรอตั้งแต่เมื่อวาน อีกทั้งระหว่างการเข้าแถวมีการกระทบกระทั่งกัน เพราะมีการแซงคิวจนเกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อย 

  ทั้งนี้งานดังกล่าว จัดขึ้นในวันที่ 3-4 ก.ย. สำหรับงานวันสุดท้าย ทางผู้จัดงานได้แก้ปัญหาด้วยการกำหนดโควตาซื้อสมาร์ทโฟน 100 เครื่องเหมือนเช่นเดิม แต่จะเปลี่ยนเป็นใช้วิธีจับฉลาก นอกจากนี้จะเพิ่มสิทธิพิเศษลดราคา 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับสมาร์ทโฟนอีก 1,000 เครื่อง

“ปัจจุบันปัญหาความขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพในประเทศ ไทยเริ่มส่อเค้าความรุนแรงขึ้นอีกครั้งทั้งในด้านปริมาณกำลังคน และทักษะที่จำเป็นต่อการตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนที่มีความ หลากหลาย ซึ่งมีสาเหตุหลัก 2 ประการ ได้แก่ความต้องการบริการสุขภาพของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว และการมีข้อจำกัดในการเพิ่มการผลิต ดังนั้น เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้เด็กรุ่นใหม่สนใจเรียนพยาบาล อาจต้องมีการพัฒนาสถานภาพการทำงานของคนในอาชีพนี้ ทั้งความก้าวหน้า สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และค่าตอบแทนที่เหมาะสม”

ร.กฤษดา แสวงดีหัวหน้าโครงการวิจัยสุขภาพและชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพในประเทศไทยภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เล่าให้ฟัง และว่า ปัจจุบันพยาบาลเข้าสู่วัยเกษียณมากขึ้น และการลดกำลังการผลิตพยาบาลวิชาชีพใหม่ ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา ทำให้ขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพอยู่ถึง 3 หมื่นคน และโครงสร้างอายุของพยาบาลมีแนวโน้มเป็นกำลังคนสูงอายุ ในอนาคตอันใกล้ระยะ 10-15 ปีข้างหน้า ไทยจะมีพยาบาลทยอยเข้าสู่วัยเกษียณ ประมาณ 3,000-4,000 คนต่อปี

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์สถานการณ์การใช้และการกระจายกำลังคนพยาบาลวิชาชีพ เมื่อปี พ.ศ.2551 จากฐานข้อมูลสภาการพยาบาล พบว่า มีพยาบาลวิชาชีพอายุต่ำกว่า 60 ปี ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เป็นปัจจุบัน 118,395 คน ในจำนวนนี้มีเพียง ร้อยละ 79.46 ที่ทำงานบริการพยาบาล ร้อยละ 8.98 ทำงานสนับสนุนบริการ ร้อยละ 4.51 ประกอบอาชีพอื่น ร้อยละ 4.05 ทำงานด้านบริหารการพยาบาล และมีเพียงร้อยละ 3.0 ที่ทำงานเป็นอาจารย์พยาบาล ซึ่งเป็นกำลังคนกลุ่มที่มีความขาดแคลนอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการปัจจุบัน

การเรียนพยาบาล
สถิติของคนสูงอายุเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จากเทคโนโลยี และวิวัฒนาการทางการแพทย์ เราจึงเห็นผู้สูงอายุเหล่านี้ออกมาเดิน มาเที่ยว มาออกกำลังกาย มาทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ตามมาจากการเกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ก็คือ กิจการที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ หรือสินค้าเพื่อสนองต่อความต้องการของคนกลุ่มนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่เอาใจใส่ต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของตัวเองสูงมาก
การเรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือด้านพยาบาล ทั้งแพทย์แผนต่าง ๆ เภสัช ทันตะ สาธารณสุข ก็จะทำให้หางานทำได้ง่ายและมีรายได้สูงทั้งในประเทศรวมถึงต่างประเทศด้วย
นอกจากนี้สถาบันที่เปิดการเรียนการสอนด้านสุขภาพในบ้านเรา ยังมีน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนที่ขาดแคลน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง…

หลักสูตรพยาบาลศาสตร์
พยาบาลศาสตร์ ใช้เวลาศึกษาตามหลักสูตร 4 ปี เป็นการศึกษาที่เน้นหนักในการให้บริการด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้ป่วย ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ ทางร่างกายและจิตใจ การให้บริการด้านพยาบาล คำนึงถึงความต้องการของคนไข้ ตามลักษณะและอาการของโรคที่เป็น โดยจะทำหน้าที่สังเกต จดบันทึก และรายงานให้แพทย์ทราบถึงความเปลี่ยนแปลง ถึงอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ของคนไข้ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพคนไข้ให้สามารถปรับตัวเข้ากับภาวะขัดข้องที่เกิดจากการเจ็บป่วย
งานพยาบาลแบ่งออกได้หลายสาขาคือ
· การพยาบาลวิกฤติและฉุกเฉิน (emegency and crisis care)
· การพยาบาลมารดาและทารก (mother and child health)
· การพยาบาลเด็ก (pediatric nursing)
· การพยาบาลสูติศาสตร์ (obstiatic care)
· การพยาบาลอายุรศาสตร์ (medical caring)
· การพยาบาลศัลยศาสตร์ (surgery care)
· การพยาบาลจิตเวช (psychiatric care)
· การพยาบาลชุมชน (community care)
· เวชปฏิบัติการพยาบาล
· การพยาบาลระยะสุดท้าย (hospice care)

ใครควรเรียน
คุณสมบัติต้องจบมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์ มีความรู้พื้นฐานวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นอย่างดีมีสุขภาพกายและจิตดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่รังเกียจผู้ป่วย มีเมตตา เสียสละ อดทนอดกลั้น และมีความรักในเพื่อนมนุษย์

แนวทางอาชีพปัจจุบัน
คนที่จบคณะพยาบาลศาสตร์ สามารถประกอบอาชีพได้มากมาย อาทิ รับราชการในโรงพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รัฐวิสาหกิจ สภากาชาดไทย ฯลฯ หรือ เป็นอาจารย์สอนและวิจัยทางด้านพยาบาลศาสตร์ประกอบอาชีพในคลินิกส่วนตัวและโรงพยาบาลเอกชนประกอบธุรกิจสถานพยาบาล และอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

สถาบันที่เปิดสอน
· วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก www.rtanc.ac.th
· วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ www.medicalrtaf.com
· วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ www.policehospital.go.th/nurse
· วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ www.kcn.ac.th
· วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี www.bcn.ac.th
· วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย www.redcross.or.th/nurse
· คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล www.ns.mahidol.ac.th
· คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยwww.nurs.chula.ac.th
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิตwww.rsu.ac.th/nurse
· คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรwww.nurse.nu.ac.th
· คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ http://nurse.swu.ac.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพาhttp://nurse.buu.ac.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ www.nurse.cmu.ac.th
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ http://nurse.tu.ac.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น http://nu.kku.ac.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม www.nu.msu.ac.th
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียว http://nurse.hcu.ac.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ www.au.ac.th/academic
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยพายัพ http://nurse.payap.ac.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม http://nursing.siam.edu/
· คณะพยาบาลศาสตร์วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ http://slc.saintlouis.or.th/
· คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยคริสเตียน www.christian.ac.th
· คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยมิชชั่น www.missioncollege.edu
· สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์http://nurse.wu.ac.th/
· สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชwww.stou.ac.th/Thai/Schools/Sns

หากพูดถึงรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์แล้ว แม้ Honda Civic จะเป็นรถรุ่นที่วางจำหน่ายมานาน แต่ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ ด้วยรูปโฉมที่ดูสปอร์ตกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยการเปิดตลาดภายใต้คอนเซปต์ Rising Spirit ที่วันนี้แม้ต่างประเทศจะมีการแนะนำรุ่นใหม่ แต่บ้านเราก็ขอเอาใจด้วยรุ่นพิเศษกันสักหน่อย

Honda Civic Sport Pearl นั้น เป็นการประเดิมโฉมเก่าด้วยหลากออพชั่นที่จัดเต็ม เน้นการสะท้อนอารมณ์ตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน ที่ตั้งต้นด้วยรถ Honda Civic รุ่น 1.8 แต่จัดมาครบครันตั้งแต่ออกจากโรงงาน ด้วยความสปอร์ตจากกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ สเกิร์ตรอบคัน มาครบทั้งหน้า-ข้างและหลัง สำทับด้วยสปอร์ยเลอร์ พร้อมหม้อพักท่อไอเสียแบบท่อคู่ ควบล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว เป็นของแถม ที่สำคัญมาพร้อมสีขาวมุก ที่บ่งบอกความพิเศษด้วย สัญลักษณ์ Sport Pearl

ในห้องโดยสาร Honda Civic Sport Pearl เริ่มต้อนรับด้วยคิ้วบันไดสแตนเลสดีไซน์ใหม่ ที่เพิ่มความสปอร์ตกับแป้นเหยียบดีไซน์เท่ห์สี Gun Metallic ที่มาพร้อมพรมปูพื้นสีแดงสดใสตอกย้ำความไม่เหมือนใครผ่านสัญลักษณ์ Sport Pearl

เรื่องเครื่องยนต์อย่างที่กล่าวไปแล้วว่ารถรุ่นนี้คือ Honda civic รุ่น 1.8 ซึ่งใต้ฝากระโปรงนั้นเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียงขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผันทรงสมรถนะ i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า จับคู่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ให้อัตราเร่งได้ดั่งใจและมีอัตราสิ้นเปลืองที่มีประสิทธิภาพด้วย

ทั้งนี้ Honda นำเสนอ Honda Civic Sport Pearl ที่ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมสีใหม่ Brilliant White Pearl ที่จัดวางอย่างลงตัว ให้ความเพลิดเพลินในทุกการขับขี่ และพบได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Honda ทุกแห่งใกล้บ้าน

    ทุกวันนี้ในสังคมเมืองที่มีความวุ่นวายมากมายหลายแบบแล้วนอกจากโจรขโมยรถ ทุบกระจกฉกทรัพย์สิน แล้ว เรื่องความกวนเมืองของเหล่าวัยรุ่นมือบอนดูเป็นอีกเรื่องที่มาแรงแม้จะไม่มีกระแสข่าวออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็อาจจะพาคุณปวดเศียรเวียนเกล้าได้ เมื่อเห็นสภาพรถที่เครอะเปรอะเปื้อน บางทีอาจแถมคำหยาบต่างๆมาเป็นของฝากด้วย

     ความจริงปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าคุณรู้วิธีแก้ไข และแม้มันน่าจะจับคนพ่นมาตีมือ แต่วันนี้ถ้าคุณบังเอิญเกิดโชคร้ายเจอสีสเปรย์ประทับที่รถ หรือเจอพวกเม็ดสีที่ลอยมากับลมของเพื่อนบ้านงานช่าง วันนี้เราก็มีวิธีขจัดสีสเปรย์ให้รถคุณที่เละเทะกลับมาเงางามมากฝากกัน

1.ยาขัด … ในขั้นแรกของทุกอย่างนั้นไม่ว่างานเล็กงานใหญ่จำไว้ว่า Rubbish Compound หรือที่ช่างทั้งหลายเรียกว่า “ยาขัด” นั้นสามารถใช้ได้ผลเสมอ ยาขัดนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาขัดละเอียด ซึ่งเราจะรู้จักจากแบรนด์ชั้นนำตามร้านเครื่องมือช่าง คือ Cana และ ยาขัดหยาบ ซึ่งมักจะมีเนื้อครีมเหนียวกว่าทำให้สามารถขจัดคราบต่างๆบนผิวแล็คเกอร์ได้ดีกว่า รวมถึงสีเปรย์ของเหล่านักพ่นมือบอนด้วย ยิ่งได้ใช้เครื่องขัดมียิ่งขจัดง่ายไม่เหนื่อยแรง

2.น้ำยาทำความสะอาดเบรก หลายคนอาจจะสงสัยว่าน้ำยาทำความสะอาดเบรกมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของสีรถยนต์ด้วย แต่ทราบไหมครับว่า น้ำยาทำความสะอาดเบรกนั้น เป็นน้ำยาทำละลายเพื่อใช้ทำความสะอาดประเภทหนึ่ง ที่เน้นในการขจัดคราบน้ำมันและจาระบี ซึ่งสีสเปรย์ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่กล่าวมาสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน

3.Acetone ใครที่ปวดหัวไม่หายกับสีสเปรย์แม้จะลอง 2 ข้อที่ผ่านมาแล้วนั้น หากสีสเปรย์เกาะแน่นทนทานต้องลองอะซิโทน ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านเครื่องมือช่างเช่นกัน อะซิโทนนั้นเป็นสารทำละลายที่ใช้ทำความสะอาดพื้นผิวชนิดหนึ่งที่เป็นสารละลายอินทรีย์ สามารถใช้ทำความสะอาดบนพื้นผิวได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ห้ามนำอะซินโทนราดบนพื้นผิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สีด้านได้ ให้ใช้วิธีชุบแล้วเช็ด เรื่อยๆจนกว่าสีจะออก

4.น้ำมันเบนซิน .. หากคุณเจองานใหญ่ชนิดว่าเล่นซะรถแทบจะเปลี่ยนสีทั้งคันนั้น งานนี้มันต้องเจอน้ำมันเบนซินกันบ้าง น้ำมันเบนซินนั้นไม่ได้มีดีแค่เติมใส่รถให้วิ่งได้ แต่มันยังมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนอีกด้วย การใช้น้ำมันเบนซินนั้นต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะพวกฟืนไฟทั้งหลาย และการใช้เบนซินนั้นกัดชั้นแลคเกอร์อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการขจัดสีสเปรย์

อย่างไรก็ดีเมื่อคุณขจัดสีสเปรย์ได้แล้วอาจจะพบว่า สีรถดูไม่เงางามเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องกังวลใจให้นำยาขัดละเอียดหรือ Cana มาเก็บงานอีกทีหนึ่ง จากนั้นลงเงาหรือ WAX เคลือบผิวเล็คเกอร์เหมือนเดิม แล้วล้างรถตามปกติ และถ้าเป็นไปได้ ให้หาน้ำยาขัดประเภทผสมน้ำมาเช็ดรอบคัน เพียงเท่านี้รับรองว่ารถกลับมาแจ่มเหมือนเดิมอย่างแน่นอน

ด้วยวิธีง่ายๆ และความรู้เรื่องช่างนิดๆหน่อย เห็นไหมครับว่า การขจัดสีสเปร์ยก็สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องง้ออู่ไม่ต้องไปเสียเงินอะไรมากมาย ส่วนใครที่เคยได้ยินว่าทินเนอร์นั้นสามารถช่วยได้นั้นก็เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าใช้โดยไม่ชำนาญแล้วอาจจะทำให้สีปูดบวมได้ในภายหลังครับ…ไม่แนะนำ