Archive for December, 2011

เคล็ดลับผิวสวย

สาว ๆ เคยแปลกใจกันบ้างไหมคะ ว่าฤดูที่ทำให้ผิวเราคล้ำเสียได้ง่ายที่สุดนั้น บางทีก็ไม่ใช่หน้าร้อนเสมอไป แต่กลับกลายเป็นฤดูที่อากาศเย็นสบายอย่างฤดูหนาวไปซะนี่ นั่นก็เพราะว่าเรามักทุ่มดูแลผิว ปกป้องผิวจากแดดเสียดิบดีในฤดูร้อน เพราะรู้อยู่แล้วว่าแดดในฤดูร้อนนั้นจัดจ้าแสบผิวขนาดไหน แต่ในฤดูหนาวมีอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อน ไม่เหนียวตัว สบาย ๆ แบบนี้เลยทำเอาสาว ๆ ทำตัวสบาย ๆ จนลืมดูแลผิวพรรณไปด้วย รู้ตัวอีกทีผิวก็เริ่มคล้ำเสียซะแล้ว

นั่นก็เพราะแม้อุณหภูมิของอากาศจะเย็นลง แต่ในแสงแดดที่ยังคงส่องอยู่ ก็ยังคงมีรังสียูวีตัวร้ายอยู่นั่นเอง โดยเฉพาะรังสี UVA ที่แฝงกายทำร้ายผิว ทั้งทำให้ผิวคล้ำเสีย ทั้งก่อริ้วรอยที่ไม่พึงปรารถนา ยิ่งเมื่อรวมกับอากาศแห้งในฤดูหนาวยิ่งทำให้ผิวพรรณทั้งแห้งทั้งเหี่ยวเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นครีมกันแดดจึงยังคงเป็นไอเท็มที่สาว ๆ ขาดไม่ได้อยู่นั่นเองค่ะ(และก็ยังจำเป็นไม่ว่าจะในฤดูไหน ๆ ก็ตาม)

นอกจากครีมกันแดดจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แม้กระทั่งในฤดูหนาวแล้ว วันนี้กระปุกดอทคอมก็นำเคล็ดลับ และเรื่องราวของการระวังดูแลผิวในฤดูหนาวมาฝากกันด้วยค่ะ

 เลือกใช้ครีมกันแดดแบบฟิสิคอล เพื่อการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใครที่กำลังมองหาครีมกันแดดที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม ลองหันมาใช้ครีมกันแดดแบบฟิสิคอล ทดแทนแบบเคมิคอลซึ่งเป็นครีมกันแดดส่วนใหญ่ที่มีขายในท้องตลาด ถึงแม้ครีมกันแดดแบบฟิสิคอลจะมีเนื้อครีมที่เหนอะหนะ ทายากกว่าที่คุ้นเคย แต่ด้วยส่วนผสมของ ซิงค์ ออกไซด์ (Zinc Oxide) และ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ซึ่งช่วยป้องกันรังสีด้วยการสะท้อนกลับ อันช่วยให้มันปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดได้มีประสิทธิภาพว่า แถมยังทำงานได้นานกว่าครีมกันแดดทั่วไป ทำให้ไม่ต้องทาซ้ำหลาย ๆ ครั้งในระหว่างวันด้วย

 ระวัง “เหงื่อ” ศัตรูร้ายของครีมกันแดด

การทาครีมกันแดดเพียงครั้งเดียวในตอนเช้า ย่อมไม่เพียงพอแล้วต่อการปกป้องผิวได้ทั้งวัน การทาครีมกันแดดซ้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่เหงื่อออกเยอะ หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อมาก ครีมกันแดดก็ยิ่งมีโอกาสที่จะถูกเหงื่อชะล้างออกไปได้ง่ายยิ่งขึ้น คุณจึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำให้บ่อยขึ้นด้วยเช่นกัน

 ดูแลปัญหาผิวที่มีอยู่เดิมเป็นพิเศษ

หากคุณมีปัญหาผิวอยู่แต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้า กระ ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวขาดความกระชับเต่งตึง ผิวเห่อแดง เมื่อเจอกับอากาศแห้งในฤดูหนาวผนวกกับแสงแดด อาจทำให้อาการต่าง ๆ เหล่านี้แย่ลงได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมบำรุง และเอาใจใส่ปัญหาผิวพรรณเหล่านี้เป็นพิเศษด้วย

 ใส่ใจอาหารที่กิน

อาหารอย่างผัก ผลไม้ นั้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในทางหนึ่ง ในขณะที่อาหารอย่างเนื้อแดง ผลิตภัณฑ์จากนม น้ำตาล และอาหารที่ผ่านการแแปรรูปแล้ว จะทำให้อาการอักเสบต่าง ๆ แย่ลงกว่าเดิม ฉะนั้นหากในฤดูหนาวนี้คุณมีอาการผิวแห้งแดง จากอากาศและแสงแดดก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกนี้ด้วยค่ะ

และสุดท้ายนี้ นอกจากจะบำรุง ปกป้อง ทั้งผิวหน้าและผิวกายแล้ว อย่าลืมเอาใจใส่ผิวส่วนที่อ่อนบางอย่างริมฝีปาก ด้วยการใช้ลิปบาล์มที่ผสมสารกันแดด เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปกป้องผิวส่วนนี้จากแสงแดดด้วยนะคะ

ชิวาวา

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

คนเลี้ยงหมา มักมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการเลี้ยงดู รวมถึงสงสัยในพฤติกรรมบางอย่างของเจ้าตูบ ซึ่งโดยมากแล้วปัญหาทั้งหลายหลากมักจะเกิดกับเจ้าตูบวัยรุ่น และวันนี้เราได้นำคำถามยอดฮิตจากคนเลี้ยง และคำตอบดี ๆ จากสัตวแพทย์ชื่อดัง รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร มาบอกกันค่ะ

ทำไม หมาจึงกลัวเสียงดังล่ะ

คงไม่ต่างจากคนที่อาจมีประสบการณ์ฝังใจบางอย่างจนก่อเกิดเป็นความกลัว เช่นเดียวกัน น้องหมาอาจมีความทรงจำที่ไม่ดีกับเสียงดังก็เป็นได้ หรือสาเหตุง่าย ๆ เลยคือ เสียงบางอย่าง เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และเสียงนั้นดังมากจนน่าตกใน ซึ่งในกรณีนี้ หากเจ้าตูบขาดที่พึ่ง เจ้าของไม่ได้อยู่ด้วย ก็จะเกิดอาการกลัวลนลานเอามาก ๆ

เมื่อไหร่ หมาจึงเหมาะแก่การมีคู่ครอง

นอกจากอายุขัยที่อยู่ในวัยสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ต้องดูที่ระยะเวลาการเป็นสัดของสุนัขด้วย ทั้งนี้ หากต้องการผสมพันธุ์ ควรรอให้พ้นระยะการเป็นสัดครั้งแรกไปก่อน

หมาอ้วน

ทำไม หมาทำหมัน (ส่วนใหญ่) ถึงอ้วน

เป็นเพราะว่า การทำหมัน ทำให้เจ้าตูบลดความคึกคะนอง และมักจะเอาแต่กิน กับนอน ขยับเขยื่อนร่างกายน้อยกว่าตอนที่ยังไม่ทำหมัน ยิ่งหากเจ้าของเอาใจปรนเปรออาหารคาวหวานแบบไม่มีลิมิต หมาทำหมัน ก็จะไม่ต่างจากหมูดี ๆ นี่เอง ดังนั้น อย่าลืมพาเจ้าตูบออกกำลังกายบ้างล่ะ

ทำไม หมาในบ้าน ถึงกัดกันเอง

เรื่องนี้อาจมาจากหลายสาเหตุ หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น แย่งกันเป็นใหญ่ หรือจ่าฝูง, แย่งคู่ (ระยะติดสัด), แย่งอาหารการกิน, แย่งที่อยู่ ที่นอน,  แย่งกันเอาหน้า (โชว์นาย)  ฯลฯ ซึ่งในการแยกหมากัดกัน จำไว้ว่า อย่าทำคนเดียว โดยให้แต่ละคนคว้าขาหลังทั้งคู่ของหมาแต่ละตัวแล้วค่อย ๆ ดึงออกพร้อมกัน แต่อย่ากระชาก หรือถ้าหากมีประทัด หรือนกหวีด ก็ให้จุดหรือเป่า เพื่อให้หมาตกใจ และผละหนีออกจากกัน ทั้งนี้ อาจจะประยุกต์ใช้เครื่องมืออื่นที่เหมาะสมก็ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ผลสำรวจของหน่วยงาน”NM Incite”เปิดเผยพฤติกรรมของผู้ใช้เฟซบุ๊คที่เป็นชายและหญิง

เกี่ยวกับเหตุผลที่คนเหล่านี้จะตัดบุคคลออกจากการเป็นเพื่อน กระทำต่อผู้เล่นเฟซบุ๊คกว่า 1,800 ราย ระบุว่า ผู้ชายจะตัดบุคคลออกจากการเป็นเพื่อน หากบุคคดังกล่าวชอบโพสต์“โฆษณาทางธุรกิจ”ในเฟซบุ๊คของเขา ส่วนผู้หญิงจะตัดบุคคลออกจากการเป็นเพื่อนของพวกเธอ หากเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นคนหยาบคาย หรือแสดงทัศนะที่หยาบคาย

นอกจากนี้ การตัดบุคคลออกจากการเป็นเพื่อน ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆ  เช่น การอัพเดทข้อมูลน้อยบ่อยเกินไป,น้อยเกินไป หรือมีเพื่อนเยอะเกินไป และยังรวมทั้งการแสดงทัศนะคุยโวโอ้อวด หรือทัศนะหดหู่มองโลกในแง่ร้าย

 

ผลสำรวจระบุด้วยว่า ผู้ชายและผู้หญิงต่างใช้เฟซบุ๊คด้วยพฤติกรรมที่ต่างกัน โดยผู้ชายจะใช้เพื่อนัดสาวออกเนท หรือทำธุรกิจ ส่วนผู้หญิงใช้เพราะติดต่อกับเพื่อนในชีวิตจริงที่เธอรู้จัก และใช้ในลักษณะเป็นเครื่องระบายออกในเชิงสร้างสรรค์ 

ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ

ยาคุมชนิดแผ่นแปะ ทางเลือกคุมกำเนิดของหญิงยุคใหม่ (Momypedia)

ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสาวยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการคุมกำเนิด แก้ปัญหาลืมกินยาในสาวขี้ลืม และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยแผ่นแปะยังคงออกฤทธิ์ช่วยคุมกำเนิดได้ผลใกล้เคียงกับวิธีอื่น ๆ

ในยุคนี้การคุมกำเนิดเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคุณสาว ๆ หรือคุณแม่ที่ต้องการเว้นระยะการตั้งครรภ์หลังจากที่คลอดลูกแล้ว การคุมกำเนิดมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดนั้น ต้องรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกวัน ซึ่งเป็นปัญหาในสาวขี้ลืม ที่หากลืมกินยาประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงไป เพื่อช่วยลดปัญหานี้ปัจจุบันมียาคุมชนิดแผ่นแปะผิวหนัง โดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะสัปดาห์ละ 1 แผ่น ในระหว่างที่ใช้แผ่นแปะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ เช่น อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกายได้ตามปกติ โดยไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา

แผ่นแปะคุมกำเนิดนี้มีฮอร์โมนที่จะค่อย ๆ ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง ส่งผลให้เมือกที่บริเวณปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น ทำให้อสุจิผ่านเข้ามาผสมกับไข่ได้ยากขึ้น และมีผลทำให้เยื่อบุมดลูกบางลง ไม่เหมาะต่อการฝังตัวของไข่ นอกจากนี้ยังมีผลยับยั้งการตกไข่ด้วย

 วิธีการใช้

ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง ใช้แปะผิวหนังใน 1 รอบเดือน โดยรอบเดือนปกติของผู้หญิงจะมีระยะเวลาประมาณ 28 วัน หรือ 4 สัปดาห์ ให้แปะแผ่นยาคุมกำเนิด 3 สัปดาห์ติดต่อกัน สัปดาห์ละ 1 แผ่น และหยุดแปะ 1 สัปดาห์ จึงเริ่มแปะแผ่นใหม่

การเริ่มแปะแผ่นยามี 2 วิธีคือ วิธีแรกเริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดภายใน 24 ชั่วโมงในวันแรกที่รอบเดือนมา และนับวันที่แปะแผ่นคุมกำเนิดในวันนี้เป็นวันที่หนึ่งของการใช้ยาคุมกำเนิด และเปลี่ยนแผ่นยาในวันเดิมในสัปดาห์ถัดไป การแปะแผ่นยาแบบนี้มีผลในการคุมกำเนิดทันทีที่แปะ ไม่ต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย

อีกวิธีหนึ่งคือ เริ่มแปะแผ่นยาในวันอาทิตย์ ระหว่างสัปดาห์ที่มีประจำเดือนมา โดยเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันอาทิตย์ ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นแปะทุกวันอาทิตย์ หากใช้วิธีนี้ในช่วง 7 วันแรก ควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การใส่ถุงยางอนามัย

สำหรับบริเวณที่เหมาะสมในการแปะแผ่นยาคุมกำเนิดคือ สะโพก หน้าท้อง ต้นแขนด้านนอก หรือแผ่นหลังช่วงบน แต่ห้ามแปะบริเวณหน้าอก

 ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์

การคุมกำเนิดวิธีนี้อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายคล้ายการคุมกำเนิดวิธีอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ในครั้งแรกที่ใช้แผ่นแปะอาจพบอาการคันเล็กน้อยในตำแหน่งที่แปะ ภายใน 3-4 วันอาการคันจะทุเลาลง อาจพบมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้ในรอบเดือนแรกของการใช้ยา

อย่างไรก็ ตามสำหรับคนที่ยังไม่เคยคุมกำเนิด หรือห่างหายจากการคุมกำเนิดไปนาน ก่อนที่จะเริ่มคุมกำเนิดอีกครั้งควรไปพบสูตินรีแพทย์ หรือพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านอนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดอย่างเหมาะสม เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่เท่ากัน ดังนั้นควรได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจภายใน และตรวจเลือด เพื่อดูว่าควรเลือกคุมกำเนิดวิธีใดให้เหมาะสมกับร่างกายที่สุด

แมวน่ารัก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

หลายคนที่เลี้ยงแมวคงจะคุ้นเคยกับอุปนิสัยซุกซนและขี้เล่นของเจ้าเหมียวทั้งหลาย แต่คุณจะรู้ไหมนะว่า เจ้าเหมียวน้อยตาบ้องแบ๊วเหล่านี้ยังมีสิ่งที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับตัวพวกมันอีกแยะ บางคนที่เลี้ยงแมวมานานยังเกิดข้อสงสัยว่า เอ๊ะ! ทำไมมันทำแบบนั้น อ๊ะ! มันทำแบบนี้อีกล่ะ วันนี้เรามีเรื่องแมว ๆ ที่คุณอาจไม่(เคย)รู้ 13 ข้อมาบอกกล่าวผู้เลี้ยงแมวทั้งหลาย รวมทั้งมือใหม่ที่อยากจะเลี้ยงแมวด้วยค่ะ ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย

 1. แมวจะไม่ทักทายกันโดยการสัมผัสทางจมูก

สาเหตุที่แมวที่ไม่รู้จักกันจะไม่ทักทายกันด้วยการเอาจมูกมาสัมผัสกัน นั่นก็เพราะ จมูก เป็นอวัยวะที่ติดเชื้อง่ายที่สุด เว้นเสียแต่ว่า แมวที่คุ้นกันอยู่แล้วแต่มีเหตุต้องจากกันไปสักช่วงหนึ่ง เมื่อพวกมันกลับมาพบกัน มันก็จะเอาจมูกมาสัมผัสกัน เพื่อจะช่วยให้จำได้ อีกทั้งแมวตัวหนึ่งจะรู้ได้ว่า แมวที่หายไปนั้น ไปที่ไหน ไปทำอะไรมานั่นเอง

 2. บางครั้งเสียงครางของแมวบ่งบอกว่ามันกำลังป่วย

ส่วนใหญ่แล้ว เรามักได้ยินเสียงครางของแมว ตอนที่มันกำลังรู้สึกสบาย หรือพอใจกับอะไรบางอย่าง อย่างไรก็ตาม บางครั้งเสียงครางที่มากเกินไปก็บ่งบอกได้ว่า พวกมันกำลังบาดเจ็บอยู่นะ ถ้าคุณลองฟังดี ๆ คุณก็สามารถแยกเสียงได้ว่า ตอนไหนมันกำลังสบาย หรือตอนไหนมันกำลังบาดเจ็บอยู่

 3. แมวเริ่มส่งเสียงครางเมื่ออายุได้ 1 สัปดาห์

เจ้าเหมียวน้อยทั้งหลายจะเริ่มส่งเสียงครางได้ เมื่อมันอายุได้ 1 สัปดาห์ และถ้าเราลองฟังเสียงครางของพวกมัน เราจะรู้สึกได้ว่า มันครางสม่ำเสมอและเป็นจังหวะด้วย นั่นก็เพราะพวกมันสามารถส่งเสียงครางได้สองทาง คือ ทั้งขณะหายใจเข้า และหายใจออกนั่นเอง

 4. เสียงครางของแมวบอกช่วงอายุได้

แมวที่อายุยังน้อย จะครางได้เสียงเดียว ไม่มีเสียงสูง-เสียงต่ำ อะไรทั้งนั้น  ในขณะที่แมวอายุมากขึ้น จะสามารถครางได้หลายสุ้มเสียง เสียงทุ้มบ้าง แหลมบ้าง ก้องบ้าง แตกต่างกันไปตามอารมณ์ของมัน

 5. เสียงครางของแมว เกิดขึ้นมาได้ยังไงนะ?

จนถึงทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้แน่ชัดถึงที่มาของเสียงครางครืด ๆ ในลำคอของเจ้าเหมียวว่ามันมาจากอวัยวะส่วนไหน แม้ว่าบางคนจะเชื่อว่า มันเกิดขึ้นในระบบหัวใจและหลอดเลือด มากกว่าที่จะเกิดขึ้นในลำคอก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้

แมวน่ารัก

 6. แมวเลือกเสียงครางเวลาจะเล่นกับเจ้าของ

เวลาที่เจ้าเหมียวอยากจะส่งเสียงครางออดอ้อน ออเซาะ คลอเคลียกับเจ้าของ มันจะใช้โทนเสียงแหลม ๆ เล็ก ๆ เหมือนกับมันยังเป็นลูกแมวอยู่ แต่ถ้าพวกมันเล่นกับแมวด้วยกันเอง มันจะใช้โทนเสียงผู้ใหญ่นี่แหละ เพราะไม่ต้องไปออดอ้อนใครล่ะมั้ง

 7. ช็อกโกแลต ของอันตรายสำหรับแมว

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินช็อกโกแลต ก็ขอให้เก็บช็อกโกแลตไว้ให้พ้นสายตาหรือจมูกของเจ้าเหมียวให้ดี เพราะช็อกโกแลตที่แสนอร่อยของเรานั้น กลับเป็นอันตรายต่อแมว เพราะเมื่อแมวกินช็อกโกแลตจะทำให้มันป่วยหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

 8. แมวชอบงีบมากกว่านอนยาว

ถ้าใครที่เลี้ยงแมว คงจะรู้ว่า แมวนั้นขี้เซาจริง ๆ เล่นกันอยู่ซักประเดี๋ยว หันไปอีกที มันก็แวบไปหาที่นอน แต่ความจริงแล้ว มันไปงีบต่างหากล่ะ เพราะแมวชอบงีบมากกว่านอนหลับไปเลย แต่ถ้ามันไปนอนหลับจริง ๆ และหลับลึกพอแล้วล่ะก็ มันก็จะฝัน เพราะการฝันช่วยให้มันผ่อนคลายความรู้สึกตื่นเต้นหรือตกใจกับเหตุการณ์ที่มันพบเจอมาในวันนั้นนั่นเอง

 9. แมวไม่ชอบสบตาใคร

พฤติกรรมอย่างหนึ่งของแมวที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ก็คือ แมวจะกระพริบตาและหรี่ตาก็เมื่อมันต้องมีเหตุให้สบตาโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างเช่น เวลามันเจอแมวที่ไม่รู้จักกัน แต่บังเอิญหันมาสบตากันเป๊ะ มันก็จะหรี่ตาแล้วก็หันไปทางอื่น หรือแม้กระทั่ง ถ้าคุณลองจ้องตามัน มันก็จะกระพริบตา หรี่ตา และก็เบือนหน้าไปทางอื่น อ่ะ.. ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองไปทำจ้องตามันดูนะ

 10. จังหวะการเต้นของหัวใจน้องเหมียว

โดยเฉลี่ยแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจของแมวจะอยู่ที่ประมาณ 160-240 ครั้งต่อนาที แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงชีวิตของมันด้วย ซึ่งยิ่งมันมีอายุน้อยเท่าไหร่ อัตราการเต้นของหัวใจมันก็จะเร็วกว่าแมวที่มีอายุมากแล้ว

 11. แมวไม่เข้าใจว่ามันกำลังถูกทำโทษ!

บางทีเจ้าเหมียวที่คุณเลี้ยงน่ะ ก็ดื้อซะเหลือเกิน ฝนเล็บที่โซฟาตัวโปรดของคุณบ้างล่ะ วิ่งเล่นชนข้าวของกระจายบ้างล่ะ แต่ถึงแม้คุณจะตี จะทำโทษมันซักเท่าไหร่ มันก็ไม่เข้าใจหรอกนะ ดังนั้น ควรเปลี่ยนมาชมมันหรือให้รางวัลมันเวลามันทำตัวดี แทนการตีมัน น่าจะดีกว่านะ

 12. เคี้ยวเนื้อดิบเสริมสร้างสุขภาพฟัน

คุณรู้หรือไม่ว่า การให้เนื้อดิบ ๆ แก่เจ้าเหมียวไปแทะ ไปเคี้ยวเล่นทุกวัน เป็นการช่วยรักษาสุขภาพเหงือกและฟันให้อยู่ในสภาพดีเสมอนะจะบอกให้ เนื้อที่เหมาะแก่การเคี้ยวของเจ้าเหมียวนั้น ควรเป็นเนื้อสัตว์ปีก เนื้อวัว หรือเนื้อกระต่าย แต่อย่าลืมเอากระดูกออกให้หมดก่อนโยนให้มันล่ะ เพราะแมวไม่ใช่หมานะจ๊ะที่จะชอบแทะกระดูกน่ะ

 13. แมวทนร้อนได้ดีจัง เพราะอะไรกันนะ?

ถ้าคุณเคยตั้งข้อสงสัยว่า แมวของคุณทำไมถึงทนร้อนได้ดีเหลือเกิน โปรดจงรู้ไว้ว่า นั่นก็เพราะบรรพบรุษของแมวเมื่อครั้งก่อนนู้นเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายมาโดยกำเนิดนั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ อ่านกันมาจนครบทั้ง 13 ข้อแล้ว คงจะพอช่วยให้คุณ ๆ ผู้เลี้ยงแมวทั้งหลายได้ทราบเรื่องราวของเจ้าเหมียวแสนซนได้มากขึ้น นอกจากตัวคุณเองจะแฮปปี้ขึ้นแล้ว เจ้าเหมียวก็คงแฮปปี้ขึ้นไม่น้อยที่เจ้าของเข้าใจมันมากขึ้นเช่นกันจ้า

สาวอินเดียทุบสถิติหญิงตัวเล็กสุดในโลก สูง 59 ซม.

สาวอินเดียทุบสถิติหญิงตัวเล็กสุดในโลก สูง 59 ซม.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  Youtube.com โพสต์โดยคุณ gyc67
          สาวน้อยชาวอินเดีย เตรียมฉลองวันเกิดและสถิติโลกไปพร้อมกัน หลังเป็นผู้พิชิตสถิติหญิงตัวเล็กสุดในโลกคนใหม่

          เว็บไซต์เดอะ ซัน ประเทศอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ว่า สาวน้อย ชโยติ อัมเกจากเมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย เติบโตมาพร้อมกับความสูง 59 เซนติเมตร น้ำหนัก 5.25 กิโลกรัม ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 16 ธันวาคม อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ กำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ที่จะได้รับการบันทึกสถิติโลกว่าเป็น ผู้หญิงที่ตัวเล็กที่สุดในโลก เหนือสถิติเดิมจาก บริดเจ็ทท์ จอร์แดน ชาวอเมริกัน ที่ได้รับการบันทึกว่ามีความสูงไว้ที่ 69 เซนติเมตร

          โดย ชโยติ กล่าวว่า “มันเป็นความฝันของฉันเลย ที่จะได้รับการจดจำว่าเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กที่สุดในโลกหลังจากที่รอมานานหลายปี ตอนนี้ฉันโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และฉันหวังว่าคงไม่ต้องรอมันอีกต่อไป”

สาวอินเดียทุบสถิติหญิงตัวเล็กสุดในโลก สูง 59 ซม.
          ในส่วนของความผิดปกติของโรคแคระแกร็นที่เธอเป็นนี้ สาเหตุเกิดจากโรค ที่เรียกว่า Achondroplasia หรือผู้มีรูปร่างไม่สมสัดส่วน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของกระดูกหรือฮอร์โมน และร่างกายของเธอก็หยุดการเจริญเติบโต หลังจากเธออายุได้ 1 ขวบ และจากปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตนี้เอง ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องกระดูกพรุนด้วย ซึ่งเธอต้องได้รับการดูแลไปจนตลอดชีวิต

          แม้จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเธอในการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงบอลลีวู้ด เพราะเธอได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงในหนังถึง 2 เรื่องที่จะถ่ายทำปีหน้า โดยเธอกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า“ฉันอยากจะทำให้ผู้คนมีความสุข”

          อย่างไรก็ดี ชโยติ อัมเก ยืนยันว่า เธอต้องการให้คนอื่นปฏิบัติกับเธอเหมือนกับผู้หญิงสาวคนอื่น ๆ ทั่วไป และแน่นอน เธอก็เหมือนกับหญิงสาวหลาย ๆ คนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง และคิดว่าไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการแต่งหน้าแต่งตัวออกไปช้อปปิ้งกับเพื่อน ๆ ของเธออีกแล้ว